DOES
WORK
FROM
HOME
REALLY
WORK?

29 Jun 2020

A Stanford study shows that work from home can improve productivity and effectiveness.

Work from home policy has been utilized across companies worldwide during these few months, but did you know it was initiated long before the internet era? As situational contexts are different, will WFH actually work for startups in 2020?

Most companies have rolled out the policy, but not everyone believes that their employees will stay as productive, and be accountable when they’re at home.

Despite doubts people have towards WFH, a 2-year Stanford study showed that it can improve productivity and effectiveness. Tested with a Chinese travel agency, with 16,000 employees who spent a lot of time commuting to office in Shanghai, the company sought to find out if WFH would reduce office rental costs.

Dividing the 500-employee control group into 2 groups, one remained working in the office, while the other group stayed at home. The results showed that those who worked from home stayed focused on given tasks and maximized their quality of work. Also, they took shorter breaks and less leave.

Though the WFH study showed astonishing results, it might cause isolation if being utilized in the long-term. The best practice is to gradually adapt the policy with employees on a weekly basis, e.g. 2-3 days WFH. This will reduce stress and exhaustion caused by long commutes.
So, is your business ready for a change?

---------------------------


Work from home เวิร์คจริงไหม?


หลายบริษัทอาจจะเริ่มตั้งคำถามว่าควรออกนโยบายในช่วงที่มีภาวะไวรัสแบบนี้หรือเปล่า? ซึ่งสำหรับการ Work from home นั้นเราอาจจะเพิ่งมาได้ยินในช่วงนี้แต่จริงๆ แล้วการทำงานที่บ้านนั้นมีมาตั้งแต่ก่อนยุคอินเตอร์เน็ตเสียอีก แล้วธุรกิจแนวสตาร์ทอัพล่ะ? ควรจะนำนโยบายนี้ไปใช้ด้วยหรือไม่

ซึ่งปัญหาหลักๆ ของการทำงานที่บ้านไม่ใช่พนักงานไม่สามารถส่งมอบหมายงานให้ได้ตามที่ตกลงแต่กลับเป็นนายจ้างที่เกิดอาการไม่มั่นใจในตัวพนักงาน จนต้องการติดตามผลอยู่ตลอดเวลา และกลัวความเสี่ยงที่จะเสียงานจากการที่ไม่สามารถควบคุมลูกน้องได้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือการ Work from home นั้นมีผลงานวิจัยมารองรับจากสแตนฟอร์ดหลังจากศึกษาเรื่องนี้ถึง 2 ปี ซึ่งมาจากการทดลองวัดผลกับบริษัทเอเจนซี่ท่องเที่ยวในประเทศจีน ซึ่งบริษัทนี้มีพนักงานกว่า 16,000 คน โดย CEO ต้องการให้มีมาตรการ Work from home เพราะค่าเช่าในย่านเซียงไฮ้มีราคาสูง รวมถึงพนักงานใช้เวลาในการเดินทางมาทำงานนานและไม่สามารถทนค่าครองชีพในเมืองใหญ่ได้

เขาได้แบ่งกลุ่มตัวอย่างพนักงาน 500 คนเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่ทำงานที่บริษัทเหมือนเดิม ส่วนอีกกลุ่มคือกลุ่มคนที่ทำงานที่บ้าน ที่น่าแปลกใจคือผลที่ออกมานั้น กลุ่มที่ทำงานที่บ้านมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด และไม่ใช่แค่เรื่องงานแต่รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย

โดยกลุ่มที่ทำงานที่บ้านนั้น ทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าเพราะไม่มีอะไรมารบกวนสมาธิ ไม่มีปัญหาเรื่องการเข้างานสายและออกงานเร็วเนื่องจากการเดินทาง ทำให้สามารถทำงานได้เต็มเวลา รวมไปถึง ทำให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้พวกเขายังพักระหว่างทำงานน้อยกว่า ลาป่วยน้อยลง รวมถึงขาดงานน้อยลง และที่สำคัญ บริษัทประหยัดค่าเช่ามูลค่ามหาศาล

อย่างไรก็ดี ปัญหาคือมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ดังนั้นสิ่งที่ตามมาคือพนักงานแม้จะทำงานได้ดีขึ้นแต่กลับรู้สึกถูกแยกออกจากสังคมเพราะไมได้พบปะใคร ดังนั้นหากต้องการทำงานที่บ้านจริงๆ การทำงานที่บ้านควรปรับให้เป็นช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อให้พนักงานสามารถมีสังคมในที่ทำงานได้ และกลับไปทำงานที่บ้าน ไม่อย่างนั้นก็ให้ทำงานที่บ้าน 2-3 วันต่อสัปดาห์ แต่สิ่งที่ไม่ควรทำคือการทำงานที่บ้านระยะยาว

โดยจากผลวิจัยเชื่อว่าไม่ว่าจะธุรกิจแบบไหนการทำงานที่บ้านก็สามารถปรับใช้ได้ สิ่งที่สำคัญคือการลดการเดินทางที่ไม่จำเป็นซึ่งทำให้พนักงานเกิดความอ่อนล้าทั้งก่อนและหลังการทำงาน แล้วธุรกิจของคุณล่ะพร้อมหรือยังที่จะปรับเปลี่ยน?

Related Articles