เจาะลึกการเปลี่ยนผ่านสู่
DIGITAL
ORGANIZATION
ของกลุ่มทรู
ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19

11 Aug 2020

กรุงเทพฯ 10 สิงหาคม 2563 –  การเกิดขึ้นของวิกฤตโควิด-19 นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ทั้งยังส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจต่างๆอย่างเฉียบพลัน ไม่เว้นแต่ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมที่แม้ว่าผู้คนจะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ได้สร้างทั้งอุปสรรคและโอกาสที่ท้าทายสำหรับทั้งธุรกิจและองค์กร

ทรู ดิจิทัล พาร์ค ศูนย์กลางเทคและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ร่วมกับ Mission to the Moon       ได้เจาะลึกการเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งสำคัญของหลากหลายกลุ่มธุรกิจรวมถึงธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมอย่างกลุ่มทรู ที่ได้สะท้อนถึงการบริหารจัดการ และการรับมือกับความท้าทายต่างๆ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพลิกวิกฤตและคว้าโอกาสการเติบโตในธุรกิจจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ในงาน “The Great Forum - Transform Beyond Crisis คิด การณ์ ใหญ่”

 

วิกฤตโควิด-19 เร่งให้องค์กร Transform สู่ดิจิทัลได้เร็วขึ้น

“การล็อกดาวน์ในช่วงโควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เป็นความท้าทายที่ต้องปรับเปลี่ยนองค์กรอย่างรวดเร็ว พนักงานต้องทำงานจากที่บ้าน ขณะที่ยังต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้อย่างต่อเนื่อง” คุณอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เกริ่นถึงการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ Digital Organization และกล่าวว่า “เมื่อ 3 ปีก่อน กลุ่มทรูได้เปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ Digital Organization เพื่อให้ทำงานได้รวดเร็วและตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการพัฒนา
แอปพลิเคชัน True Connect ให้พนักงานติดต่อสื่อสาร ตรวจสอบสถานะโปรเจกต์ และอนุมัติการทำงาน นอกจากนี้ ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ทรูยังพัฒนาแอปพลิเคชัน True Vroom ให้ทั้งประชาชนทั่วไปและโดยเฉพาะพนักงานได้ใช้ประชุมออนไลน์อย่างสะดวกโดยไม่ต้องเดินทาง รวมถึงการนำดิจิทัลมาใช้กับ Business Process เพื่อลดขั้นตอนและประหยัดเวลา เห็นได้ชัดว่า วิกฤตครั้งนี้เป็นตัวเร่งให้องค์กร Transform เข้าสู่ดิจิทัลได้เร็วขึ้น”

รับมือกับความท้าทายรอบด้าน

สำหรับธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ทรู ต้องรับมือกับความท้าทายในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงข่าย จากการที่ลูกค้าเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานจากในเมือง กระจายสู่ที่พักอาศัยนอกเมือง มีปริมาณการใช้ดาต้าสูงขึ้น ต้องปรับแบนด์วิดต์ เพิ่ม capacity ทีมงานเน็ตเวิร์กแม้ต้องทำงานจากที่บ้านก็ต้องสามารถดูแลตรวจสอบโครงข่ายให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพไร้ปัญหา   ด้านการให้บริการลูกค้า พนักงาน call center 90% ต้องทำงานจากที่บ้าน แต่ยังต้องคงคุณภาพ สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าเสมือนอยู่ที่สำนักงาน ในขณะที่ต้องรับสายจากลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่าช่วงปกติมาก พนักงานไม่เพียงพอ จึงจัดอบรมแบบ e-learning ให้ทีมหลังบ้านเข้าช่วยงาน call center ให้บริการลูกค้าได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ดิจิทัลแพลฟอร์มและช่องทางออนไลน์ต่างๆ ก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ลูกค้าให้ความสนใจใช้งานผ่านบริการ self service ที่ทรูเตรียมพร้อมรองรับไว้ทั้งแอป True iService TrueID ,  ด้านการรักษารายได้ เมื่อหน้าร้านปิดในช่วงล็อกดาวน์ ทรูได้พัฒนา Multi-skill ให้พนักงานขาย ผ่าน e-learning และยังใช้ Data analytics ช่วยการขาย รวมทั้งช่องทางอำนวยความสะดวกลูกค้าผ่าน wemall.com ที่จัดส่งสินค้าให้ถึงบ้าน ทำให้สามารถประคองรายได้ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาให้เป็นไปได้อย่างดี

 

ทุกวิกฤตคือโอกาส

เราเห็นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น มีการติดต่อสื่อสาร ดูหนัง ฟังเพลงมากขึ้น จึงลงทุนเพิ่มกับดิจิทัลแพลตฟอร์ม อย่างแอปพลิเคชัน TrueID ที่สามารถดูหนังฟังเพลงหรือดูรายการทีวีแบบออนดีมานด์ได้ และต่อยอดให้โทรและแชตผ่านแอปได้ พร้อมเปิด TrueID In-Trend นำเสนอคอนเทนต์ที่สร้างจากผู้ใช้ (User Generated Content) ที่มีผู้สมัครเป็นนักเขียนเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว รวมทั้งคอนเทนต์ต่างๆ ที่ทรูไอดีรวบรวมให้ลูกค้าได้ดูเข้าถึงทุกความบันเทิงได้ง่ายๆ เสริมให้ TrueID มียอดดาวน์โหลดสูงขึ้นสวนกระแสธุรกิจอื่นที่เป็นขาลง แสดงให้เห็นว่าทุกวิกฤตคือโอกาส ถ้าเห็นโอกาสแล้วเร่งพัฒนาให้ทันการณ์ก็จะสามารถเติบโตได้

 

5G เทคโนโลยีขับเคลื่อนประเทศ

เทคโนโลยี 5G จะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและประเทศ ที่ผ่านมา กลุ่มทรูพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีในประเทศไทยมาตลอด รวมถึงเทคโนโลยี 5G ด้วย ในช่วงวิกฤต กลุ่มทรูได้นำเทคโนโลยี 5G มาช่วยในการแพทย์ และนำหุ่นยนต์ 5G มาช่วยเรื่องความปลอดภัยให้ลูกค้าที่ห้างสรรพสินค้า อีกทั้งยังนำมาต่อยอดให้เกิดประสบการณ์รูปแบบใหม่ทีไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยี 5G ช่วยยกระดับเกษตรกรไทย พัฒนาดิจิทัลโซลูชัน “สมาร์ทฟาร์ม” และยังมีอีกหนึ่งความตั้งใจของกลุ่มทรูที่ต้องการสร้างสถานที่ให้เป็น Silicon Valley ของเมืองไทย คือที่ True Digital Park เป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีให้สตาร์ทอัพมีโอกาสมารวมกัน เวิร์คช้อป ระดมสมอง ต่อยอดนวัตกรรม สร้างแพลตฟอร์ม สร้างโซลูชันโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ  ผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้ขับเคลื่อนและเติบโตต่อไป

 

สถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นว่า ผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป สังคมไทยกลายเป็นสังคมดิจิทัลชัดเจนขึ้น การ Work from Home หรือที่อื่นๆ การไม่ใช้เงินสด อีคอมเมิร์ซ และอื่นๆ  รวมถึงการเชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน ผู้คน งาน และสังคมรอบข้างทั้งหมด รวมถึงการเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆเข้าด้วยกัน  

ทั้งหมดนี้ กลุ่มทรูไม่เพียงแต่นำเทคโนโลยี 5G มาเติมเต็ม แต่ยังเตรียมบริการด้านดิจิทัลเพื่อรองรับและเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในทุกมิติ ซึ่งจะช่วยยกระดับสู่สังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบด้วย

 

ร่วมเจาะลึกการเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Organization ของกลุ่มทรู ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19   รับชมย้อนหลังได้ทางเฟซบุ๊ก True Digital Park  หรือ ที่ https://bit.ly/3a8mN6A

Related Press Release